ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์ หลัง BOJ คงนโยบายผ่อนคลาย

สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 17.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยืนยันว่าจะ ยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไป ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างของการดําเนินนโยบายการเงินที่แตกต่างกัน (monetary policy divergence) ระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นมากขึ้น สถานการณ์ ดังกล่าวกดดันเงินเยนให้อ่อนค่าลงจนหนุนดัชนีดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นอย่างมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟต) ออกมาแสดงความเห็นในเชิง Hawkish อาทิ นายนิส แศซแศรี ประธานเฟดมินเนขาโพลิส ที่กล่าวในวันศุกร์ว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในเดือนหน้า ปัจจัยดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.87% จนเป็นปัจจัยสำคัญที่ กดดันให้ราคาทองคําร่วงลงทดสอบระดับต่ำสุดบริเวณ 1,833.83 ติอิสลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี การปรับตัวลงของทองคําถือว่ายังอยู่ในกรอบจํากัด ส่วนหนึ่งเพราะราคาทองคําได้รับแรงหนุน จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่แกว่งตัวใกล้ระดับต่ำสุดของสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อพันธบัตรระยะยาวจากความวิตกว่าการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวของเฟดจะส่งผล กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประกอบกันกองทุน SDR ถือครองทองคําเพิ่ม +11.50 ตันในวันศุกร์ ซึ่งเป็นการถือครองทองคําเพิ่มในวันเดียวที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ซึ่งช่วยสกัด ช่วงติดลบของราคาทองคํา สำหรับวันนี้ ไม่มีกําหนดการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการ ส่วนตลาดทองคํา COMEX จะปิดทำการเร็วกว่าปกติในเวลา 01.30 น. เนื่องในวันจูนทีนธ์ (Juneteenth) ซึ่งเป็นวันรําลึกถึงการประกาศอิสรภาพของทาสผิวดำและการสิ้นสุดของการค้าทาสในสหรัฐ
หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือต้าน 1,858-1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ความแข็งแกร่งของราคาทองคำ ยังน้อยทำให้การลงทุนอาจต้องเก็งก าไรในลักษณะรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบโซนแนวรับ 1,831-1,816 ดอลลาร์ต่อออนซ์ถ้าสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ จะเกิดแรงซื้อเพิ่มขึ้น
คำแนะนําปิดสถานะซื้อ $1,831-1,816
จุดทำกําไรขายเพื่อทำกําไร $1,858- 1,860
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,816
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ