ทองคำพุ่งแรงรับข่าวร้อนเวเนซุเอลา สัญญาณ “Risk-Off” ที่นักเทรดต้องอ่านให้ออก
บทวิเคราะห์ทองคำ
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำทดสอบกรอบบน โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์

สรุป ราคาทองคํา
วานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคําแกว่งตัวในกรอบ 1,845.95-1,834.61 ติขสสาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําทดสอบทรอบบนโดย ได้รับแรงหนุนจากตัชนีดอลลาร์ ที่ย่อนค่าลง 0.21% สู่ระดับ 104,481 หลังจากค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นในวันจันทร์ หลังจากนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยัน ในวันจันทร์ว่า ECB มีแผนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงซัมเมอร์นี้ พร้อมๆ กับต่ําเนินการเพื่อไม่ให้เกิดภาวะ fragmentation ระหว่างต้นทุนทารกู้ยืมของเยอรมนีที่ถือเป็นสินทรัพย์ ปลอดภัย และต้นทุนการกู้ยืมของประเทศในยุโรปใต้ที่มีหนี้สินในระดับสูง ปัจจัยดังกล่าวหนุนราคาทองคําปรับตัวขึ้น แต่โดยรวมแล้วการแต่งตัวของราคาทองคํายังเป็นไปอย่างจําทัต ส่วนหนึ่งเพราะวานนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางปกติ เนื่องด้วยตลาดสหรัฐปิดทําการเนื่องในวันJuneteenth ซึ่งเป็นวันรําลึกถึงการประกาศอิสรภาพของทาสผิวต่ํา และการสิ้นสุตของการค้าทาสในสหรัฐ อีกทั้งราคาทองคํายังได้รับแรงทติตันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟต)จะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวเพื่อสทัตเงินเฟ้อ ทําให้ ดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวไม่ไกลจากระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีบริเวณ 105.79 ที่ขึ้นไปทดสอบเมื่อวันพุธ จึงเป็นปัจจัยสกัดช่วงบวกของทองคํา ด้านทองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่ เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ และถ้อยแถลงของนางลอเรตตา เมสเตอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟต) สาขาคลีฟแลนต์
ราคาพยายามทดสอบแนวต้านที่ 1,857-1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถ้ายังไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งนักลงทุนยังคง ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทดสอบระดับดังกล่าวจะมีแรงขายออกมา อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,833-1,831 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ประเมินว่าเป็นการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
คําแนะนําเปิดสถานะขาย $1,860-1,879
จุดทํากําไรซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,833-1,831
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,879
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อยหลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ชะลอตัวต่ำกว่าคาด ทำให้นักลงทุนลดการถือทองในระยะสั้นในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน ไม่ใช่การเปลี่ยนเทรนด์ขาลง เนื่องจากตลาดยังคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต ทองคำจึงยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างจากดอกเบี้ยขาลง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ในระยะยาว ทองคำยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์สำคัญสำหรับการกระจายความเสี่ยงของนักลงทุน

การ “ติดดอยทองคำ” คือภาวะที่นักลงทุนซื้อทองในช่วงราคาสูง ก่อนที่ราคาจะร่วงลงจนเกิดการขาดทุน ซึ่งมักเกิดจากจิตวิทยาการลงทุน เช่น ความโลภและความกลัวพลาด (FOMO) ราคาทองคำโลกมีรอบขึ้นลงตามเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตปี 2008 และช่วง COVID-19 ทำให้นักเทรดต้องเรียนรู้การวิเคราะห์จังหวะซื้อขายและควบคุมอารมณ์ บทเรียนสำคัญคือ “ติดดอยไม่ใช่ความล้มเหลว” แต่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตลาดและพัฒนากลยุทธ์การลงทุนอย่างมีวินัย

ราคาทองคำร่วงแรงกว่า 5.5% ในวันเดียว สะท้อนภาวะการปรับฐานครั้งใหญ่และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงฟองสบู่ทองคำ ทองคำแม้ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในแง่การลงทุนกลับมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนและระยะเวลาฟื้นตัวที่ยาวนานกว่า หุ้นหรือคริปโต ดังนั้นผู้ลงทุนควรเข้าใจวัฏจักรตลาด กระจายพอร์ต และไม่เทน้ำหนักทั้งหมดในทองคำ