บทคัดย่อ:ส่อง 3 วิกฤตเศรษฐกิจจีน เมื่ออสังหาริมทรัพย์กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ !
1.ธนาคารจีนเบี้ยวไม่ให้ถอนเงิน : วิกฤติเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะลามกลายเป็นวิกฤติจนถึงทุกวันนี้ ก็คือธนาคารในมณฑลเหอหนาน 6 แห่ง ไม่สามารถให้ลูกค้าของธนาคารสามารถถอนเงินออกมาได้ ทำให้ประชาชนแสดงความไม่พอใจ และถึงขั้นจัดตั้งเป็นม็อบย่อยๆ เพื่อที่จะเรียกร้องว่าพวกเขาเป็นเจ้าของบัญชี และพวกเขาควรจะได้ถอนเงินออกมา นิตยสารภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีนอย่าง Sanlian Lifeweek เคยคาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายนว่า ผู้เสียหายจากวิกฤติจากธนาคารจีนเบี้ยวไม่ให้ถอนเงินอาจมีอยู่ถึง 4 แสนคนเลยทีเดียว แม้ว่าทางการจีนจะพยายามให้ประชาชนเหล่านี้ถอนเงินออกมาได้ไม่เกิน 5 แสนหยวน และทำเรื่องมายังธนาคารเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ลดความเกรี้ยวกราดของประชาชนได้อยู่ดี

2. วิกฤติประชาชนเริ่มหยุดผ่อนบ้าน : ไม่ใช่แค่กรณีธนาคารเบี้ยวไม่ให้ประชาชนถอนเงินออกเท่านั้น แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่สร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลจีนคือ เรื่องของการเบี้ยวของประชาชนบางส่วนที่เริ่มหยุดผ่อนบ้าน ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มหยุดจ่ายค่าผ่อนบ้านมากกว่า 100 โครงการตามเมืองต่างๆ มากกว่า 50 เมืองทั่วจีน โดยคาดว่ามูลค่าสินเชื่อบ้านที่ประชาชนหยุดจ่ายนั้นสูงถึง 2 ล้านล้านหยวน จากปริมาณสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนใหญ่ถึง 46 ล้านล้านหยวน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐบาลจีนได้เข้ามาปราบปรามและจัดระเบียบภาคอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปี 2020 เป็นต้นมา ส่งผลทำให้บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนไม่สามารถที่จะระดมทุนนำมาใช้เป็นค่าก่อสร้างให้โครงการแล้วเสร็จได้ ช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนหลายรายยังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ส่งผลทำให้ประชาชนที่ควรจะได้อสังหาริมทรัพย์เองนั้นกลับได้ห้องหรือบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ประชาชนเหล่านี้กลับยังต้องผ่อนอสังหาริมทรัพย์ไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ผลกระทบของปัญหานี้ก็คือ ซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการต่างๆ ไปจนถึงบริษัทรับเหมาก่อสร้างนั้นอาจไม่ได้รับเงินจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำให้โครงการเหล่านี้ประสบปัญหาสร้างไม่เสร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นเราจะเห็นว่าเป็นปัญหางูกินหางทันที นอกจากนี้ยังมีวิกฤติซ้อนในวิกฤตินี้นั่นก็คือ ผลจากการเข้ามาจัดระเบียบของรัฐบาลจีนทำให้ราคาอสังหาในประเทศจีนมีราคาลดต่ำลง และมีประชาชนชาวจีนบางส่วนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เก็งกำไร ก็ไม่อยากจ่ายค่าผ่อนบ้านอีกต่อไป

3.วิกฤต Evergrande กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง: หลังจากเรื่องราวของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างเอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) กับหนี้มหึมากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 11 ล้านล้านบาท ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนกังวลว่า วิกฤติของบริษัทที่หนี้มหาศาลรายนี้กำลังอาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจจีนนั้นถึงขั้นหายนะได้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก บริษัทเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายดอกเบี้ยให้กับนักลงทุนต่างชาติไปเป็นหลักพันล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ Xia Haijun ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท และ Pan Darong ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน หรือซีเอฟโอ (CFO) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ประกาศรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

จาก 3 เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ช่วงเวลาของครึ่งปีหลังของปี 2022 เราอาจต้องจับตามองว่า รัฐบาลจีนจะแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างไร เพราะ 3 ปัญหานี้ผูกติดกันอย่างแยกไม่ออก ถ้าหากแก้ปัญหาแบบขอไปที หรือแก้ปัญหาผิดวิธีแล้ว ผลกระทบอาจทำให้เศรษฐกิจจีนล้มได้เลยทีเดียว.
ข้อมูลทั้งหมดจาก : www.thairath.co.th
รูปภาพจาก : www.theatlantic.com
คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบ เรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
