PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวก หลังรายงาน NFP

สรุปราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 16.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระหว่างวันราคาทองคําพยายามทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,714.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ราคาทองคําไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ โดยได้รับแรงกดดันจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 263,000 ตําแหน่งในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 250,000 ตําแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงเกินคาดสู่ระดับ 3.55% ขณะที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานดีดตัวขึ้น 0.3% สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวเพื่อสกัดเงินเฟ้อ สะท้อนจาก FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 92% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75bps สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 1-2 พ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากโอกาสราว 80% ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงาน
ปัจจัยดังกล่าวหนุนดัชนีดอลลาร์ ให้ปิดแข็งค่าขึ้น 0.55% ในวันศุกร์ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.9099% และเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อ ซึ่งเป็นเป็นการปรับตัวขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 จนเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคําให้ร่วงลงทดสอบระดับต่ําสุดบริเวณ 1,690.78 ดอลลาร์ ต่อออนซ์
ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -2.03 ตัน สําหรับวันนี้ ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากภาคธนาคารของสหรัฐจะปิดทําการ เนื่องในวัน Columbus Day อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทและตลาดทองคํายังคงเปิดซื้อขาย แต่ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางกว่าปกติ
วันก่อนหน้าราคาอ่อนตัวลง หากราคาฟื้นตัวขึ้นไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,714-1,729 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ อาจมีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตาม หากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ ที่ 1,688-1,683 ดอลลาร์ต่อออนซ์สะท้อนแรงขายอาจชะลอตัวหรืออาจเกิดการดีดตัวขึ้นช่วงสั้น และราคาจะแกว่งตัวออกด้านข้าง
คําแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,714-1,729
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,688-1,683
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,754
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น