PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ราคาทองคําวานนี้ปิดทะยานขึ้น หลังเผยดัชนี CPI

สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดทะยานขึ้น 48.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําพุ่งขึ้นในทันทีที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนี CPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 7.7% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.99% และชะลอตัวจากระดับ 8.2% ในเดือน ก.ย.
ส่วนดัชนี CP พื้นฐานปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือน ต.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.5% และชะลอตัวจากระดับ 6.63% ในเดือน ก.ย. สะท้อนชัดเจนว่าเงินเฟ้อในสหรัฐอาจผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งตัวเลขดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. เห็นได้จาก FedWatch Tool ที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงถึง 80.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 50 bps ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค. ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ที่ 3.818% และเป็นการร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม
และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีของสหรัฐซึ่งสะท้อนการ คาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ร่วงลงเช่นกันสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ 4.29% และเป็นการร่วงลงรายวันที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2008 จนสร้างแรงหนุนให้แก่ทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยเพิ่ม จนเป็นที่มาที่ทําให้ทองคําทะยานขึ้นผ่านระดับสูงสุดของเดือน ก.ย.และ ต.ค.จนกระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิคเพิ่ม ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดอยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 1,757.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ต้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําเพิ่ม +3.19 สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยคาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากม.มิชิแกน แต่ปริมาณการซื้อขายในตลาดสหรัฐอาจบางกว่าปกติ เพราะภาคธนาคาร รวมถึงตลาดบอนด์จะปิดทําการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Veterans Day) แต่ตลาดทุน ตลาดเงิน ตลาดทองสหรัฐเปิดตามปกติ
หลังจากราคาทะยายขึ้น แม้จะมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามากดดัน แต่หากแรงขายไม่มากราคาจะพยายามดีดตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านโซน 1,757-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง อาจจะเกิดแรงขายกดดันให้ราคาลงมาอีกครั้ง สู่เพื่อสะสมแรงซื้อใน โซน 1,735-1,717 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,735-1,717
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,757-1,765
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,717
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น