เช็กปฏิทินข่าวสำคัญประจําสัปดาห์! มีเหตุการณ์อะไรน่าติดตามบ้าง
ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่จะย่อตัวลง หลังผู้เล่นในตลาดเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นและเริ่มกลับมามองว่า เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน จากที่เคยมองว่า เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวน โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่จะย่อตัวลง หลังผู้เล่นในตลาดเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นและเริ่มกลับมามองว่า เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน จากที่เคยมองว่า เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
• มองว่า เงินดอลลาร์ยังพอมีโมเมนตัมแข็งค่าต่อได้บ้าง หลังจากปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามยอดการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดไปมาก แต่เราคงมุมมองเดิมว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์อาจเริ่มจำกัดลง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดเริ่มมองว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งปัจจัยเสี่ยงในระยะสั้นอย่างประเด็นเพดานหนี้ก็คลี่คลายลง ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจรอจังหวะทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD
• ในช่วงนี้ มองว่า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินหยวนของจีนมากขึ้น ทำให้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของจีน รวมถึงทิศทางตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกง ก็อาจส่งผลต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการเคลื่อนไหวของเงินหยวน
แม้ว่า ความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยชัดเจน แต่ทว่า แรงขายหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติก็อาจเริ่มลดลง (ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิ)
• สำหรับฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในส่วนตลาดบอนด์ เราคงมองว่า นักลงทุนต่างชาติอาจทยอยกลับเข้ามาซื้อบอนด์ระยะกลาง-ระยะยาวได้บ้าง ในจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น (รอ Buy on dip)
• อนึ่ง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางค่าเงินบาท คือ โฟลว์ธุรกรรมทองคำ โดยหากราคาทองคำย่อตัวลงทดสอบโซนแนวรับ ก็อาจมีโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
1. ฝั่งสหรัฐฯ – สัปดาห์นี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาจมีไม่มากนัก และยังเป็นช่วง Black Out/Silent Period ของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะไม่ทราบมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดเพิ่มเติม โดยเฉพาะหลังจากที่ตลาดรับรู้รายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ล่าสุด ที่ออกมาดีกว่าคาดไปมาก
อย่างไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยที่กดดันการขยายตัวในภาคการบริการ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกและการว่างงานต่อเนื่อง (Initial & Continuing Jobless Claims) เพื่อช่วยประกอบการประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐฯ
2. ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน ผ่านรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนเมษายน ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ยอดค้าปลีกอาจขยายตัวราว +0.2% จากเดือนก่อนหน้า หนุนโดยภาวะการจ้างงานที่ยังคงดีอยู่ ทว่าปัญหาค่าครองชีพสูงจากภาวะเงินเฟ้อสูงก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการบริโภคโดยรวม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักดังกล่าว
3. ฝั่งเอเชีย – ตลาดจะรอจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดต่างชี้ว่า เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้แย่กว่าคาด โดยเฉพาะดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งตลาดคาดว่า การชะลอตัวลงของภาคอุตสาหกรรมอาจสะท้อนผ่าน ยอดการนำเข้าเดือนพฤษภาคมที่อาจหดตัว นอกจากนี้ โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแรงลง ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่า ทางการจีนและธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต ในส่วนนโยบายการเงิน ตลาดมองว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) รวมถึงธนาคารกลางอินเดีย (RBI) จะตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.85% และ 6.50% ตามลำดับ หลังอัตราเงินเฟ้อของทั้งออสเตรเลียและอินเดีย ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจก็เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง
4. ฝั่งไทย – เราประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป CPI เดือนพฤษภาคมอาจชะลอลง -0.05% จากเดือนก่อนหน้า ตามการปรับตัวลงของราคาสินค้าพลังงาน ทว่าราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มอาจยังคงปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) ที่อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 จุด ในเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ เราจะติดตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เพราะหากอัตราเงินเฟ้อชะลอลงมากกว่าคาด ก็อาจลดโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคม
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!


ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

ข่าวสำคัญประจําสัปดาห์

บทความนี้เล่ากรณีหลอกลงทุนคริปโตในอินเดียที่ชายวัย 77 ปีสูญเงินกว่า 72,000 ดอลลาร์ ผ่านแพลตฟอร์มปลอมและแดชบอร์ดเทรดจำลอง พร้อมเรียกเก็บค่าภาษีและค่าธรรมเนียมปลอม เคสนี้สะท้อนว่ากลโกงในตลาดคริปโตซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ นักเทรดควรระวังการชวนลงทุนผ่านโซเชียล ตรวจสอบแพลตฟอร์มและธุรกรรมก่อนลงทุน เพื่อป้องกันการสูญเงิน.

บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างการเทรดแท่งเทียน (Candlestick Trading) กับแนวคิด Price Action โดยสรุปว่า แท่งเทียนเป็นเครื่องมือหนึ่งใน Price Action ซึ่งเน้นการอ่านรูปแบบเพื่อหาจังหวะเข้าเทรด ส่วน Price Action คือการวิเคราะห์พฤติกรรมราคาทั้งระบบ นักเทรดจึงควรใช้ทั้งสองควบคู่กัน เพื่อเข้าใจโครงสร้างตลาดและตัดสินใจเทรดได้แม่นยำยิ่งขึ้น

บทความนี้เล่าถึงเบื้องหลังของระบบการเงินโลกผ่านประเด็นการฟอกเงินจากธุรกิจยาเสพติด โดยเฉพาะเครือข่ายในเม็กซิโกที่ส่งยาไปยังสหรัฐและนำเงินจำนวนมหาศาลกลับมา เงินเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการฟอกเงินเพื่อให้ดูถูกกฎหมาย ซึ่งบางครั้งเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ในระบบธนาคารระดับโลก กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดการเงินมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็นบนกราฟ และการเข้าใจภาพใหญ่ของระบบการเงินอาจช่วยให้นักเทรดมองตลาดได้ลึกขึ้น