PRIMEX ดีไหมในปี 2026? เหมาะกับคนไทยไหม และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “ ทำความรู้จัการเทรด Breakout ”
วันนี้แอดเหยี่ยวนำบทความดี ๆ จากคุณ Alice Veronica มาฝากกันอีกแล้ว โดยเนื้อหาในครั้งนี้คือเรื่อง “ทำความรู้จัการเทรด Breakout ”

Breakout คือ กราฟราคาที่เคลื่อนทะลุเเนวรับหรือเเนวต้านที่เราตั้งไว้ โดยที่ราคานั้นมีปริมาณการซื้อขายสูงถ้าราคาทะลุเเนวต้าน เราจะเข้าซื้อ (Long) เเต่ถ้าราคาทะลุเเนวรับเราจะขายออก (Short)

Pullback เกิดหลังจากที่กราฟได้ Breakout แนวรับลงมาทำ Low แล้วย่อกลับขึ้นไป Retrace จุดที่ Breakout ลงมาแล้วไม่ผ่าน แล้วมีการกลับตัวลงมา จุดนี้เรียกว่า Pullback
Throwback จะเกิดหลังจากที่กราฟได้ Breakout แนวต้านขึ้นมาทำ High แล้วย่อกลับลงไป Retrace จุดที่ Breakout ขึ้นมาแล้วไม่ผ่าน แล้วมีการกลับตัวขึ้นต่อ

• กรณีที่ 1 เข้าซื้อขายในโซนกรอบราคาทันทีเลยถ้าเราเข้าออเดอร์ในช่วงนี้เราจะได้จุดที่ราคาดีเเต่จะมีความเสี่ยงราคาอาจจะไม่ Breakout ก็ได้
• กรณีที่ 2 เข้าซื้อขายเมื่อราคา Breakout เเนวรับเเนวต้านไปเเล้วในกรณีนี้จะมีความเสี่ยงน้อยเเต่ราคาที่ได้จะสูง
• กรณีที่ 3 รอเข้าซื้อขายในจังหวะที่กราฟย่อมาทำ ThrowbackเเละPullbackเเต่ในกรณีนี้ถ้ากราฟพุ่งขึ้นไปอย่างรุนเเรงเเละอาจจะทำให้เราตกรถ

Breakout คือกราฟวิ่งทะลุกรอบราคา ที่มีนัยยะสำคัญไม่ว่าจะเป็นทะลุแนวรับแนวต้านและเทรนด์ไลน์
ในตัวอย่าง เราจะเห็นกราฟเป็นเทรนขาลงและมีการ Breakout ที่ราคา 167.385 ในจุดนี้เราจะพิจารณาเข้าออเดอร์ Sell
และหลังจากที่กราฟได้ Breakout ลงมา 1,261 จุด จะเห็นได้ว่าเวลากราฟ Breakout จะไปรุนแรงเสมอ

ขั้นตอนการเทรดอันดับแรก : เราจะต้องหาแนวรับแนวต้านก่อน พอเราได้แนวรับแนวต้าน 1.00437 กับ 0.99529 ต่อมาเราจะมาวางแผน ทำไมถึงเลือกที่จะเทรดกราฟนี้ กราฟมีการ Sideway บีบตัวแคบสะสมแรงเพื่อดีดตัว
หลังจากเราวางแผนแล้วว่า จุดปปิดทำกำไรและจุดตัดขาดทุนอยู่ตรงไหน กราฟได้มีการ Breakout 0.99529 ลงมา เราจึงพิจารณาเข้าออเดอร์ Sell

ในตัวอย่างกราฟได้ Breakout 1720.83 ซึ่งในจังหวะนี้อาจจะทำให้เราตกรถ ในจังหวะนี้เราจะรอกราฟย่อขึ้นมาเทส 1720.83 ก่อน เพื่อรอเข้าออเดอร์ Sell ที่ราคา 1720.83
หลังจากกราฟขึ้นมา Retrace ที่ 1720.83 ในจุดนี้เราจะรอเข้าพิจารณา Sell โซนราคา 1720.83
SL ควรตั้งห่างจากจุด Pullback 300-500 จุด
TP ควรตั้ง RRR 1:2-1:5 เพราะอย่างที่รู้กันดี เวลากราฟ Breakout กราฟมักจะไปแรง

ในตัวอย่างกราฟได้ Breakout 1.08123 ซึ่งในจังหวะนี้อาจจะทำให้เราตกรถ จังหวะนี้เราจะรอกราฟย่อลงมา Retrace ที่ 1.08123 ก่อน เพื่อรอเข้าออเดอร์ Buy ที่โซนราคา 1.08123
หลังจากกราฟลงมา Retrace ที่ 1.08123 ในจุดนี้เราจะรอเข้าพิจารณา Buy โซนราคา 1.08123
SL ควรตั้งห่างจากจุด Throwback 300-500 จุด
TP ควรตั้ง RRR 1:2-1:5 เพราะอย่างที่รู้กันดี เวลากราฟ Breakout กราฟมักจะไปแรง

ใน TF5M กราฟมีลักษณะทำ High ที่ต่ำลง รอกราฟเข้าสู่ช่วงบ่าย เราจะเห็นกราฟ Breskout แนวรับ 159.815 เป็นช่วงบ่ายพอดี เราจึงจะพิจารณา Sell เพราะช่วงบ่ายเป็นช่วงตลาด GBP เปิด ทำให้มีการซ์้อขายที่เยอะ การโดน Breakout หลอกจะน้อย
ในจังหวะการเข้าออเดอร์ใน Case นี้จะมี 2 ช่วง คือ บ่ายกับค่ำ พอกราฟ Breakout ช่วงบ่าย เราจะเทรดช่วงบ่ายก่อน จะมีอยู่ 2 จังหวะ จังหวะ Break และจังหวะ Pullback
ในการตั้ง TP SL สำหรับ Case นี้ เราจะใช้ RR 1:2 SL200จุด TP400จุด

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากเพจ Alice Veronica
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html
แอดเหยี่ยวหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และที่สำคัญก่อนที่จะเลือกเทรดกับโบรกเกอร์ไหนก็ตาม แอดอยากให้ศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง ถือว่าแอดเตือนแล้วนะ!!! อย่าลืมมาตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี !

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า ผลลัพธ์ของการเทรด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หรือการวิเคราะห์ตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกโบรกเกอร์และความเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แท้จริง เนื้อหาวิเคราะห์ต้นทุนการเทรดที่มากกว่าสเปรด เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่า Swap และต้นทุนแฝงจากระบบการส่งคำสั่ง บทความอธิบายว่าสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันต้องการโครงสร้างต้นทุนที่เหมาะสมต่างกัน พร้อมเตือนถึงค่าธรรมเนียมที่มือใหม่มักมองข้าม สรุปว่าการเข้าใจค่าธรรมเนียมแต่ละโบรกเกอร์อย่างรอบด้าน คือปัจจัยสำคัญในการปกป้องกำไรและความอยู่รอดในระยะยาวของนักเทรด

บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่า การเลือกลงทุนระหว่าง Forex หรือหุ้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าตลาดใดดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับนิสัย วิธีคิด และจังหวะชีวิตของนักลงทุนแต่ละคน เนื้อหาวิเคราะห์ลักษณะของตลาด Forex ที่เหมาะกับผู้ชอบความเร็ว การตัดสินใจทันที และการรับมือกับความผันผวนสูง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเหมาะกับผู้ที่อดทน มองภาพระยะยาว และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน บทความชี้ให้เห็นว่า ความแตกต่างที่แท้จริงของสองตลาดคือแรงกดดันทางจิตวิทยาที่นักลงทุนต้องเผชิญ สุดท้าย การรู้จักตัวเองและเลือกตลาดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของตน คือจุดเริ่มต้นของการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน

บทความนี้นำเสนอการมองรูปแบบแท่งเทียน Forex ในมุมที่แตกต่างจากการเป็นสัญญาณเข้าเทรดสำเร็จรูป โดยชี้ให้เห็นว่าการจดจำชื่อแท่งเทียนโดยไม่เข้าใจบริบทตลาด อาจนำไปสู่ความสับสนและการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื้อหาวิเคราะห์กับดักที่นักเทรดมักเผชิญ เช่น การใช้แท่งเทียนสวนเทรนด์หลัก หรือการละเลยโครงสร้างตลาด บทความเน้นย้ำว่าแท่งเทียนคือภาพสะท้อนพฤติกรรมและจิตวิทยาของผู้เล่นในตลาด ไม่ใช่สูตรลัดทำกำไร และควรถูกใช้ร่วมกับแนวโน้มและบริบทที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้น