简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
คนไทยสูญ 7.48 พันล้านจากมิจฉาชีพออนไลน์ใน 4 เดือน
บทคัดย่อ:ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์รายงานคนไทยเสียหาย 7.48 พันล้านบาทจากอาชญากรรมออนไลน์ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คดี โดยเฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลอกลวงสูงสุด สภาองค์กรของผู้บริโภคยื่นฟ้องเจ้าของแพลตฟอร์มและเปิดแคมเปญ #ฉันก็โดนเหมือนกัน ทั่วประเทศ

คนไทยตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์เฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 โดยเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงประชาชนมากที่สุด ขณะที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเดินหน้ายื่นฟ้องเจ้าของแพลตฟอร์มเป็นคดีแพ่ง และเปิดแคมเปญรณรงค์ทั่วประเทศภายใต้แฮชแท็ก #ฉันก็โดนเหมือนกัน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยสถิติระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2569 มีคดีอาชญากรรมออนไลน์ทั้งสิ้น 121,921 คดี คิดเป็นเงินที่ไหลออกจากกระเป๋าประชาชนไปสู่เครือข่ายมิจฉาชีพวันละกว่า 60 ล้านบาท
สถิติรายวันสะท้อนวิกฤตที่ยังไม่คลี่คลาย
เฉพาะวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เพียงวันเดียว มีผู้แจ้งความคดีหลอกลวงออนไลน์ 777 ราย มูลค่าความเสียหาย 12.33 ล้านบาท โดยเฟซบุ๊กถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงสูงสุดถึง 429 คดี ทิ้งห่างแพลตฟอร์มอื่นอย่าง LINE, TikTok และ Instagram อย่างชัดเจน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าอาชญากรรมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะบุคคลอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิกฤตระดับชาติที่ต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง
สภาผู้บริโภคฟ้องเฟซบุ๊ก กรณีปล่อยโฆษณาหลอกลวง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ได้ยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กและบริษัทที่เกี่ยวข้องต่อศาลแพ่ง ในข้อหาปล่อยให้โฆษณาหลอกลวงแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม จนผู้บริโภคจำนวนมากได้รับความเสียหายรวมหลายพันล้านบาท
ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภคระบุว่า ตั้งแต่ปี 2567 ถึงเดือนมีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกรณีซื้อสินค้าและบริการแต่ไม่ได้รับ หรือได้รับสินค้าไม่ตรงตามโฆษณา รวม 6,164 เรื่อง ในจำนวนนี้มาจากเฟซบุ๊กถึง 3,793 เรื่อง หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของข้อร้องเรียนทั้งหมด
คดีนี้มีกำหนดนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2569
แคมเปญ #ฉันก็โดนเหมือนกัน ปลุกสังคมรู้เท่าทันภัยออนไลน์
นอกจากการดำเนินคดีในชั้นศาลแล้ว สภาองค์กรของผู้บริโภคยังจุดกระแสให้เครือข่ายสมาชิกทั่วประเทศร่วมรณรงค์ภายใต้แคมเปญ #ฉันก็โดนเหมือนกัน เพื่อปลุกสังคมให้ตระหนักว่าภัยหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
เครือข่ายผู้บริโภคในหลายจังหวัดใช้ทั้งคลื่นวิทยุชุมชนและการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือสื่อสาร อธิบายที่มาของการดำเนินคดีและเปิดวงสนทนาให้ประชาชนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถูกหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
สัญญาณอันตรายที่ผู้บริโภคควรสังเกต
จากรูปแบบการหลอกลวงที่ปรากฏในข้อมูลของ ACSC และสภาองค์กรของผู้บริโภค มิจฉาชีพมักใช้เพจปลอม โฆษณาปลอม และการแอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียงในการหลอกลวงประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนจะดึงเหยื่อไปสนทนาต่อใน LINE หรือ Telegram เพื่อรีดเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก
ผู้บริโภคควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าหรือผู้ให้บริการก่อนโอนเงินทุกครั้ง ระมัดระวังโฆษณาที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง และสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น การขอให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกหรือถอนเงิน การถูกกดดันให้ตัดสินใจเร็ว และการหลีกเลี่ยงการพูดคุยผ่านช่องทางที่เป็นทางการ
ความรู้เท่าทันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
แม้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรผู้บริโภคจะเดินหน้าดำเนินคดีและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง แต่ภัยออนไลน์ยังคงพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ ผู้บริโภคจึงควรติดตามข่าวสารและคำเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนของผู้ให้บริการจากแหล่งข้อมูลทางการ และไม่หลงเชื่อคำโฆษณาที่ดูดีเกินจริง เพราะเมื่อเงินออกจากบัญชีไปแล้ว การติดตามคืนมักทำได้ยากและใช้เวลานาน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
Eightcap
EBC FINANCIAL GROUP
VT Markets
STARTRADER
pepperstone
EC markets
Eightcap
EBC FINANCIAL GROUP
VT Markets
STARTRADER
pepperstone
EC markets










